Posted on Leave a comment

Github ประกาศฟรี private repo ไม่จำกัดผู้ใช้สำหรับทีม, ทุกฟีเจอร์หลักสามารถใช้งานได้แล้ว

ฤกษ์งามยามดี มาวันนี้ Github ได้ออกมาประกาศแล้วว่าฟีเจอร์หลักทุกตัวของ private repository ใน Github สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ต่อ repo ด้วย ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ ก็คงเป็นกลุ่ม Organization นั่นเอง

เช่น ถ้าเมื่อก่อน Organization ของเราต้องการสร้าง private repository ที่มีสมาชิกเกิน 3 คน เราก็ต้องจ่ายเงินซื้อแพคเกจตัวใดตัวหนึ่งแน่นอน แต่ตอนนี้ส่วนจำกัดที่ว่า ได้ถูกยกเลิกออกไปแล้ว

นั่นหมายความว่าฟีเจอร์ที่ต้องเสียเงินใช้งานเมื่อก่อน อย่างเช่น

  • CI/CD
  • Project management
  • code review
  • ระบบ packages
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

สามารถเข้าใช้งานได้ฟรีแล้วครับ ใน repository ได้เหมือนกัน

แต่ถ้าทีมของเราต้องการฟีเจอร์ระดับสูงอย่าง code owners หรือฟีเจอร์ระดับ Enterprise เช่น SAML หรือบริการ support ส่วนตัวก็สามารถเลือกได้จากแพคเกจเสียเงินได้อยู่

นอกจากนี้ Github ยังปรับลดราคาแพคเกจแบบเสียเงิน จาก 9 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน เป็น 4 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ ต่อเดือนด้วย ซึ่งจะมีผลกับทุกบัญชีที่เสียเงินปัจจุบันในรอบบิลถัดไปครับ

ติดตามเรื่องแบบนี้ได้ผ่านช่องทางด้านล่าง และคอร์สเรียนโปรแกรมที่น่าสนใจครับ

เปิดอบรม React Native สำหรับผู้เริ่มต้น

ปูพื้นฐาน React และ React Native เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง, เนื้อหาใช้ในการทำแอพ Enterprise ขององค์กรได้

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

คอร์สออนไลน์เริ่มต้นสร้าง Mobile App ด้วย Google Flutter

เหมาะผู้เริ่มต้น และนักพัฒนาเว็บ, เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

อ้างอิง – Github Blog

Posted on Leave a comment

Progressive Web App และแอพ Ionic จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ Apple Safari หรือไม่?

วันนี้พลกลับมาอัพเดตสภาพแวดล้อมของ Progressive Web App (ย่อว่า PWA) กันเช่นเคย เพราะหลังจากแนะนำวิธีการสร้าง Progressive Web App ด้วย Ionic Framework ผ่านคลิปวิดีโอบน Youtube ก็มีพวกเราเข้ามาพูดคุยมากมาย ถือว่ามีการตื่นตัวในการทำ PWA กันเยอะทีเดียว

และวันนี้พลไปเจอการเปลี่ยนแปลงของฝั่ง Apple ในส่วนโปรแกรมท่องเว็บ Safari ที่น่าสนใจ และดูน่าจะสร้างความสงสัยให้พวกเราที่ใช้ Ionic Framework ไม่มากก็น้อย ทำความเข้าใจกันครับ

การเปลี่ยนแปลงของ Apple Safari: 7 วัน ไม่เข้าซ้ำ = ลบ

จริงๆ การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากทางฝั่ง Apple คือการต่อต้านการ tracking การท่องเว็บของลูกค้าบน Web brower ที่ชื่อ Safari ของตัวเอง โดยเรียกมันว่า Intelligent Tracking Prevention

ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างน่าพอใจ แต่ในแง่การทำงานล่าสุด Apple ได้โพสลงใน blog ของ Webkit ว่า

Now ITP has aligned the remaining script-writable storage forms with the existing client-side cookie restriction, deleting all of a website’s script-writable storage after seven days of Safari use without user interaction on the site. These are the script-writable storage forms affected (excluding some legacy website data types):

Indexed DB
LocalStorage
Media keys
SessionStorage
Service Worker registrations

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เอง ที่สามารถตีความได้ว่า

Safari จะทำการลบข้อมูลที่เกิดจากการรันโค้ด (ในที่นี้ก็น่าจะหมายถึงบรรดา Script ต่างๆ)​ หลังจาก 7 วัน?!

การทำงานจะเป็นแบบนี้

  1. วันแรกเราเข้าเว็บ A ผ่าน Safari เว็บ A มี service worker เว็บ A มีการเขียนข้อมูลลง Storage ถ้าวันรุ่งขึ้นเราเข้าเว็บ A ตรงนี้ก็จะไม่มีการนับวันเพิ่ม
  2. แต่วันถัดมาเราเข้าเว็บ B ผ่าน Safari และทั้งวันนั้นเราไม่เข้า เว็บ A อีกเลย ตรงนี้จะเริ่มนับเป็นวันที่ 1
  3. วันต่อมาเราเข้าเว็บ C ผ่าน Safari และไม่ได้เข้าเว็บ A อีกเลย ตรงนี้นับเป็นวันที่ 2
  4. ผ่านไป 7 วัน เรายังไม่ได้ใช้ Safari เข้าเว็บ A อีก ตรงนี้ข้อมูลจะถูกลบ

น่ากลัวใช่ไหมล่ะ? คำถามของพวกเราคือ แล้วแบบนี้ PWA จะเก็บข้อมูลได้ยังไง? มาดูกันว่าได้ หรือไม่ได้

Progressive Web App แบบทั่วไป จะได้รับผลกระทบหรือไม่?

Progressive Web App ถูกเรียกอีกชื่อว่า Home Screen App ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว กฎ 7 วันส่งผลต่อ Home Screen App เหล่านี้ด้วย

แต่เนื่องจากเว็บแอพพลิเคชั่นที่ถูกบันทึกไว้บนหน้า Home Screen จะถูกเปิดเพียงแค่ domain เดียวเท่านั้น ไม่มีการเปิดไปที่ domain ของเว็บอื่นๆ

ทำให้ Home Screen App นี้ถูกละเว้นผลที่เกิดจาก 7 วันลบทิ้งครับ

ทั้งหมดนี้ หมายถึงเว็บแอพพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นเป็น Progressive Web App ด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Flutter, React, Vue, หรือแม้แต่ JQuery รวมทั้ง Ionic Framework ด้วย

Progressive Web App ที่สร้างจาก Ionic ได้รับผลกระทบหรือไม่?

ตัว Progressive Web App ที่สร้างจาก Ionic Framework ก็นับเป็นหนึ่งในกลุ่ม Home Screen App เช่นเดียวกัน

ทำให้แอพ PWA ที่สร้างด้วย Ionic Framework ไม่ได้รับผลกระทบการกลไกใหม่ของ Safari ในการลบข้อมูลออกจาก Storage หลัง 7 วันดังกล่าวด้วย

แอพ iOS ที่สร้างจาก Ionic ได้รับผลกระทบหรือไม่?

เนื่องจากการทำสอบของทีมงาน Ionic ทำให้เราได้ทราบรายละเอียดของกลไกนี้ชัดเจนมากขึ้นว่า

กฎ 7 วันไม่เข้า ลบทิ้งนี้ จะมีผลกับเว็บแอพที่เปิดผ่านแอพ Safari เท่านั้น

ดังนั้น เนื่องจากตัว Runtime ของ Ionic Framework ทั้ง Capacitor และ Cordova เปลี่ยนมาใช้ WKWebView แล้ว ทำให้กลไกของ Safari ไม่สามารถมีผลกับการทำงานของแอพ iOS ที่สร้างจาก Ionic Framework ได้ครับ

ติดตามการเคลื่อนไหวของเรื่องนี้ พร้อมหลักสูตรน่าสนใจได้ด้านล่าง

เปิดอบรม React Native สำหรับผู้เริ่มต้น

ปูพื้นฐาน React และ React Native เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง, เนื้อหาใช้ในการทำแอพ Enterprise ขององค์กรได้

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

คอร์สออนไลน์เริ่มต้นสร้าง Mobile App ด้วย Google Flutter

เหมาะผู้เริ่มต้น และนักพัฒนาเว็บ, เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

อ้างอิง – Apple, Ionic Blog

Posted on Leave a comment

ดูของใหม่ใน Capacitor 2: รองรับ Swift 5, Android 10, AndroidX และ Face scan

capacitor-2

Capacitor ถูกวางตัวเป็น Runtime รุ่นต่อไปถัดจาก Cordova มาได้หลายเดือนแล้ว และ Capacitor รุ่นแรก โค้ชพก็ทำคลิปวิดีโออธิบายการทำงานไว้ที่นี่

มาถึงวันนี้ก็ได้ฤกษ์ของ Capacitor 2 กันแล้วครับ มาดูพร้อมๆ กับพลดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

รองรับ และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ

แน่นอนว่า การอัพเดตของเครื่องมือในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบ Cross Platform แต่ละรอบนั้น ต้องมาพร้อมกับการรองรับเวอร์ชั่นใหม่ๆ ของระบบปฏิบัติการบน Smart phone ของเรา หรือไปถึงโปรแกรมแบบ Native ด้วย

สำหรับ iOS: รองรับ Swift 5 และ Xcode 11 ขึ้นไป

  • รองรับภาษา Swift เวอร์ชั่นที่ 5
  • รองรับโปรแกรม Xcode 11 เป็นต้นไป
  • ไฟล์แอพมีขนาดเล็กลง
  • ใช้ความสามารถของโปรแกรมฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้
  • รองรับการทำงานกับ Swift เวอร์ชั่นก่อนหน้าด้วย

รองรับ Sign In with Apple

Apple ได้นำเสนอระบบ Sign In with Apple ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยในการสร้างบัญชีเพื่อลงชื่อเข้าใช้งานของผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราๆ

โดยการทำงานแบบภาพรวมคือ Apple จะทำการสร้าง username และ password สำหรับการเปิดบัญชีใช้งานออนไลน์บนเว็บไซต์ที่ต้องการ และเข้ารหัสพร้อมจัดเก็บบัญชีที่ว่าให้

ทำให้เราสามารถเข้าใช้งานบริการออนไลน์ต่างๆ ได้ โดยที่ผู้ให้บริการก็ไม่รู้ด้วยว่าเราเป็นใครสะดวกไปอีก

ที่อธิบายมาทั้งหมด ก็คือ Capacitor 2 รองรับ Sign in with Apple ผ่าน Sign In with Apple plugin แล้วครับ 🙂

สำหรับ Android: รองรับ Android 10 (SDK 29) และ Android X

android-604356_1280
  • เนื่องจากใช้ Android 10 จึงรองรับความสามารถของระบบความปลอดภัย และ biometric ใหม่ๆ
  • รองรับความสามารถด้านวิดีโอ และเสียง
  • รองรับ Dark mode
  • รองรับการทำงานกับ Android X (ระบบ Android Support Library ใหม่) เพื่อทำงานกับ plugin ของ Android ที่รองรับ Android X ไปก่อนหน้านี้ได้

เครื่องมือต่างๆ ที่อัพเดตใน Capacitor 2.0

  • อัพเดต 23 Plugin หลักของ Capacitor ใช้งานง่ายขึ้น
  • รองรับ cordova-res (ไชโย นี่คือตัวที่ใช้ในการสร้างไฟล์ไอคอน และ Splash screen อัตโนมัติใน Ionic Cordova)
  • รองรับ Android Face Unlock และ Iris Unlock ผ่าน Ionic Identity Vault

วิธีติดตั้ง และใช้งาน cordova-res ในโปรเจค Capacitor

สามารถรันคำสั่งด้านล่างเพื่อติดตั้งลงโปรเจคที่ใช้ Capacitor ได้เลย

npm i -g cordova-res
cordova-res --skip-config --copy

อัพเดตเกี่ยวกับการสร้าง Desktop App ด้วย Electron

ส่วนของการสร้างแอพ Desktop ด้วย Electron ตอนนี้ กลับมาอยู่ในสถานะเบต้า และคาดว่าจะออกตัวสมบูรณ์อย่างเป็นทางการในปีนี้

วิธีอัพเดตที่แสนง่าย

สำหรับพวกเราที่มีการเอา Capacitor ไปใช้ในโปรเจคก่อนหน้านี้ ลืมความโหดร้ายของการ migrate ไปได้เลย เพราะเราสามารถทำส่วนนี้ได้ง่ายมาก ตามคำสั่งด้านล่างเลยครับ

อย่างแรก อัพเดตแกนหลัก และ CLI ของ Capacitor ก่อน

cd your-app-folder
npm update @capacitor/cli
npm update @capacitor/core

จากนั้นเราค่อยมารันคำสั่งอัพเดต Library ของ Capacitor กัน

npm install @capacitor/ios@latest
npx cap sync ios

npm install @capacitor/android@latest
# Within Android Studio, click “Sync Project with Gradle Files” button

cd electron
npm install @capacitor/electron@latest

ส่วนที่เหลือ แต่ทำตามขั้นตอนที่แยกเอาไว้ให้ ในแต่ละ platform กันครับ

อย่างลืมติดตามอัพเดตต่อไปได้ตามช่องทางต่อไปนี้

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

คอร์สออนไลน์เริ่มต้นสร้าง Mobile App ด้วย Google Flutter

เหมาะผู้เริ่มต้น และนักพัฒนาเว็บ, เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

Posted on Leave a comment

สรุปเข้าใจง่าย 2 ยักษ์ใหญ่ Apple และ Google จับมือสร้างระบบติดตามโคโรน่าไวรัส ลง iOS และ Android

Apple Google
Apple Google

จากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า หรือที่เรียกว่า COVID-19 ทำให้เรามีโอกาสเห็นปรากฎการณ์ และการตัดสินใจต่างๆ ที่ทั้งน่าทึ่ง และหน้าพรั่นพรึงมากมาย แต่ข่าวนี้น่าจะสะเทือนโลกได้ไม่น้อย

เพราะมันคือการร่วมมือกันระหว่าง 2 บริษัทที่เรียกว่าแทบจะเป็นคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Apple เจ้าของระบบ iOS หรือสินค้า iPhone และ iPad กับ Google เจ้าของระบบ Android ที่อยู่ใน Smart phone ยอดฮิตอย่างเราๆ

ในการสร้างระบบติดตามการแพร่กระจายของไวรัสโควิท-19 ลงในมือถือและแท๊บเล็ตทุกเครื่องบนโลกนั่นเอง!

สรุปการทำงานของระบบที่ Apple และ Google จะร่วมมือกันทำ

ระบบนี้สามารถแจ้งเตือนเจ้าของ Smartphone ว่ากำลังเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อได้

ระบบของ Apple และ Google ที่จะร่วมมือกันสร้างขึ้นมา จะมีลักษณะคล้ายกับแอพที่สิงคโปร์ประกาศว่าจะ open-source ตัวระบบออกมาให้เอาไปต่อยอดฟรีๆ

  1. ใช้การแบ่งปันข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Bluetooh Low Energy (BLE) และแอพพลิเคชั่นที่ผ่านการรับรองจากองค์กรสาธารณสุข
  2. เมื่อมือถือที่ติดตั้งระบบนี้เข้าใกล้กัน จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล เก็บไว้ภายในเครื่อง
  3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้
  4. ระบบจะไม่ได้ติดตามตำแหน่งจริงของเจ้าของผู้ใช้
  5. ระบบแค่เก็บบันทึกการเข้าใกล้กันของ Smart phone 2 เครื่องเป็นเวลา 5 นาที และเก็บข้อมูลดังกล่าวลงเครื่อง
  6. ความแตกต่างที่เพิ่มเติมมาจากแอพของสิงคโปร์ คือระบบจะแจ้งเตือนผู้ใช้ smart phone ถ้ามีการเข้าใกล้บุคคลที่มีแนวโน้มว่าติดเชื้อด้วย

ลำดับการปล่อยให้ใช้งาน

Apple-Google-COVID-tracing-system-roadmap

การพัฒนาระบบตรงนี้ให้พวกเราคนเดินดินทั่วไปได้ใช้งาน จะแบ่งเป็น 2 เฟสครับ

เฟสแรกคือการปล่อย API

  • Apple และ Google ปล่อย API สำหรับ iOS และ Android ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้
  • จุดประสงค์หลักของ API คือให้ แอพพลิเคชั่นของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถเข้าถึงระบบตรงนี้ได้

เฟส 2 คือการฝังระบบนี้ลง iOS และ Android โดยตรง

  • การเพิ่มระบบนี้ลง OS 2 ตัวดังกล่าวจะตามมาไม่กี่เดือนหลังจากปล่อย API
  • การทำงานของระบบนี้ จะกลายเป็นตัวเลือกในมือถือ และอุปกรณ์พกพาสำหรับผู้ใช้ iOS และ Android ทั่วไป

กดติดตามอัพเดตเรื่องนี้ผ่าน Facebook และ Youtube channel ได้ทางลิ้งค์ด้านล่างเลย

คอร์สออนไลน์เริ่มต้นสร้าง Mobile App ด้วย Google Flutter

เหมาะผู้เริ่มต้น และนักพัฒนาเว็บ, เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

ที่มา – The Verge, Tim Cook Twitter, Sundar Pichai Twitter

Posted on Leave a comment

วิธีเข้าร่วมห้องเรียนสด แบบออนไลน์ ด้วย Microsoft Team ในหลักสูตรของ Nextflow.in.th

Nextflow อบรม ออนไลน์ เรียนสด โค้ชพล

สำหรับพวกเราที่ลงทะเบียนเตรียมพร้อม มาเจอกับโค้ชพลแบบสดๆ ผ่านระบบออนไลน์ด้วย Microsoft Team ให้เตรียมพร้อมและเข้าร่วมตามนี้เลยครับ

1. ดาวน์โหลดและติดตั้ง Microsoft Team

สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง Microsoft Team ได้จากที่นี่โดยตรง

ติดตั้งเสร็จแล้วให้ทำการเปิดใช้งาน ซึ่งจะต้องใช้ Microsoft Account เข้าใช้งาน

  1. ใครยังมีแล้วก็กรอกบัญชี Email และรหัสผ่านเข้าใช้งานได้เลย
  2. ใครยังไม่มี สามารถกด Sign up ใช้อีเมลล์ของตัวเองสมัครได้ ไม่จำกัดว่าจะเป็น gmail หรือ outlook เมลล์อะไรก็สมัครได้ครับ

2. เปิด Email เชิญเข้าร่วม

ทางทีมดูแล จะส่งอีเมลล์เชิญ ไปทางที่อยู่อีเมลล์ที่เราแจ้งลงทะเบียนไว้ หน้าตาประมาณด้านล่างเลยครับ

ซึ่งถ้าเรามีการลงชื่อเข้าใช้ Microsoft Team เรียบร้อยแล้ว ก็กดปุ่ม Open Microsoft Team ตามลูกศรได้เลย เท่านี้ก็เรียบร้อย

3. เข้าร่วมกลุ่มเรียบร้อย

  1. ช่องเอาไว้เลือก Channel (ห้องแชท)
  2. แทบไว้ดูไฟล์ปักหมุด เอกสารต่างๆ
  3. ส่วนที่แสดงว่ากำลังเข้าร่วมกลุ่มของ Nextflow (Amaround Co, Ltd.)
  4. ช่องแชทคุยกัน
  • กด reply เพื่อโต้ตอบเฉพาะหัวข้อได้
  • กด Join Meeting ได้ ส่งภาพส่งไฟล์ได้

หลักสูตรเรียนสด ทางออนไลน์มีอะไรบ้าง วันไหนบ้าง?

สามารถกดดูได้จากหน้าเว็บด้านล่างเลยครับ

Posted on Leave a comment

วิธีแก้ไข เมื่อ Android Studio ไม่ได้ติด Android SDK มาด้วย

ในคอร์สหลักสูตรอบรมออนไลน์ทั้ง Google Flutter, Xamarin, และ Ionic ทางพลได้ทำวิดีโอแนะนำวิธีการติดตั้ง Android Studio และ Android SDK ไว้ตามคลิปด้านล่าง เพราะเราจำเป็นต้องใช้ Android SDK และ Android Studio ในการทำงานกับแอพพลิเคชั่นบนระบบ Android นั่นเอง

แต่ทำไมไม่มี Android SDK ติดมาด้วย

แต่บางครั้ง พวกเราอาจจะเจอกับปัญหาที่ตัว Android Studio ไม่ถามถึงการติดตั้ง Android SDK แม้ว่าจะเป็นการเปิดโปรแกรมหลังจากติดตั้งเสร็จครั้งแรก ให้เราแก้ปัญหาด้วยวิธีตามนี้เลย

1. เปิดโปรแกรม Android Studio ขึ้นมา

จะมีส่วน Configure ดังภาพด้านล่าง

กดแล้ว จะมีเมนูเปิดขึ้นมา ให้เลือกคำสั่งเป็น SDK Manager


2. กด Edit ในส่วนของ Android SDK Location

ส่วนนี้สำหรับคนที่ไม่มีอาจจะไม่มีที่อยู่ Path ของ SDK เหมือนในภาพ ก็ไม่ต้องตกใจเพราะเราจะทำการติดตั้งจากส่วนนี้นี่แหละ

3. ดำเนินการติดตั้งตามขั้นตอน

จากส่วนนี้จะเป็นการแสดงรายการ Android SDK ที่จะติดตั้งให้เบื้องต้น

เราสามารถกำหนดที่อยู่ของ Android SDK ที่จะถูกติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ของเรา (ส่วนนี้ไม่ควรเปลี่ยนแปลงนะครับ)
จากนั้นกด next เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน

เรียนรู้เทคนิค และวิดีโอใหม่ๆ ได้จากช่องทางต่อไปนี้

หรืออยากเริ่มต้นเรียนกับโค้ชพลได้เลย

คอร์สออนไลน์เริ่มต้นสร้าง Mobile App ด้วย Google Flutter

เหมาะผู้เริ่มต้น และนักพัฒนาเว็บ, เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

Posted on Leave a comment

Podcast เล่าเรื่องด้าน AI ที่เข้าใจง่ายๆ ของโค้ชพล

ทุกวันนี้ เทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญ และมาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ก็คงไม่พ้นสมาร์ทโฟน และแท๊บเล็ตใช่ไหมครับ มันเป็นสิ่งที่เราต้องเจอ ต้องใช้มันตลอดตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงการทิ้งหัวลงบนหมอนในอีกคืนถัดมา

แต่เทคโนโลยีที่พลมองว่า มีอิทธิพล และขับเคลื่อนชีวิตประจำวันของเราอย่างมากในปัจจุบันอีกตัว ก็คือเรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั่นเอง

เราอาจจะจับต้องไม่ได้ หรือไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่ามีมันอยู่ แต่เจ้ากลไกขนาดใหญ่นี้ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของโลกเราไปอย่างที่ไม่รู้ตัวเลย

พลเองก็ได้ตามอัพเดต รวมถึงวิเคราะห์เรื่อง AI มาได้ 2-3 ปีแล้ว ก็เลยคิดว่า ถ้ากลั่นกรองเรื่องพวกนี้ให้เราติดตามกันได้ง่ายๆ ท่าจะดีไม่น้อย

เลยสร้าง Podcast เอาไว้ครับ มีเรื่องอะไรก็จะอัดใส่ Podcast ไว้ ติดตามกันได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางที่เราถนัดตามนี้เลยครับ

หรืออยากเริ่มต้นเรียนกับโค้ชพลได้เลย

คอร์สออนไลน์เริ่มต้นสร้าง Mobile App ด้วย Google Flutter

เหมาะผู้เริ่มต้น และนักพัฒนาเว็บ, เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

Posted on Leave a comment

ไม่ใช้ Mac ก็เขียนแอพ iOS ได้! เร็วๆ นี้ด้วย Xamarin Hot Restart และ Visual Studio

สำหรับนักพัฒนาแล้ว การเขียนแอพ iOS ไม่ว่าจะทำแบบ Native หรือ Cross Platform มักจะลงเอยที่การต้องจัดหา Mac มาใช้สักเครื่อง เพราะเนื่องจาก iOS SDK ที่ใช้ในกระบวนการทำนั้น สามารถติดตั้ง และเรียกใช้งานบนระบบ macOS ได้อย่างเดียว

แต่คำกล่าวนี้ อาจจะไม่จริงอีกต่อไป เมื่อ Visual Studio และ Xamarin ของ Microsoft ได้เพิ่มเทคนิคที่เรียกว่า Xamarin Hot Start เข้ามาเป็นความสามารถใหม่ใน Framework

แนะนำ Xamarin Hot Restart

โดยปกติการทำแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์พกพา มักจะเริ่มจากการเขียนโค้ดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ และทำการประมวลผลเป็นไฟล์ที่สามารถติดตั้ง และเปิดขึ้นมาใช้งานบนอุปกรณ์เป้าหมายได้

เช่นการเขียนโค้ดบนเครื่อง Windows หรือ macOS และทำการแปลงให้เป็นแอพที่สามารถติดตั้ง และทำงานบนระบบ iOS และ Android ได้นั่นเอง

เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงโค้ดของแอพนั้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเดิมอีกครั้ง (ประมวลผล และแปลงเป็นไฟล์ที่ติดตั้งทำงานได้) ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่น้อยเลย

นักพัฒนาเครื่องมือต่างๆ ก็พยายามทำให้ขั้นตอนนี้มันลดเวลามากขึ้น เช่น

ซึ่งฝั่งของ Xamarin จาก Microsoft ก็มี Xamarin Hot Reload อยู่แล้ว แต่รอบนี้ Hot Restart มันสุดยอดขึ้นไปอีก นั่นคือมันทำให้คนใช้ Windows สามารถทดสอบแอพบนอุปกรณ์ iOS ได้ด้วย นั่นคือรวมทั้ง iPhone และ iPad เลย

วิธีเปิดใช้งาน Xamarin Hot Restart

บอกก่อนว่า ตอนที่พลเขียนอยู่นี้ สามารถใช้ได้กับ Visual Studio 2019 เวอร์ชั่น 16.5 Preview เท่านั้นนะ แต่เดี๋ยวขึ้นเวอร์ชั่นเต็มแล้วก็น่าจะใช้ได้ตามปกติ

1. อย่างแรกคือเข้าไปเปิดการทำงานใน Options

จากโปรแกรม Visual Studio ให้ไปที่ Tools > Options > Preview Features และเลือก Enable Xamarin Hot Restart

ซึ่งจากจุดนี้ เราต้อง restart โปรแกรม Visual Studio หนึ่งรอบ

2. ตั้งค่าโปรเจค iOS

สำหรับการใช้ Xamarin ในการทำแอพ iOS เราจะมีโปรเจค iOS อยู่ใน Solution ซึ่ง ให้เรา

  1. คลิกขวาที่โปรเจค iOS ใน Solution
  2. เลือก Set as Startup Project

3. จากนั้นในแถบ toolbar ให้เลือกเป้าหมายเป็น local device

จากนี้พอเรากดรัน (ปุ่ม Play สีเขียวๆ) ก็จะเป็นการเปิดใช้งาน Xamarin Hot Restart แล้วครับ

การเปิด Xamarin Hot Restart ใช้งานครั้งแรก

ถ้าเป็นการใช้งาน Xamarin Hot Restart ครั้งแรก จะมีการป๊อปอัพหน้าต่าง เล็กๆ ขึ้นมาให้เราทำตามขั้นตอนนะ

ซึ่งส่วนนี้จำเป็นต่อการทำงานของ Xamarin Hot Restart นะครับ ค่อยๆ ทำทีละขั้นตอน

ด้านล่างนี้คือหน้าตาป๊อปอัพ กด และค่อยๆ ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ

ขั้นตอนการลง iTune

ส่วนของการติดตั้งโปรแกรม iTune นี่จะพิเศษหน่อย

นั่นคือให้กดดาวน์โหลดตัวติดตั้ง iTune จากหน้าต่างนี้เท่านั้น ห้ามไปดาวน์โหลดจาก Microsoft Store เพราะมันคนละแบบกันครับ

และถ้าเกิดบนเครื่องคอมเรามี iTune ที่ติดตั้งจาก Microsoft Store ก็ต้องถอนการติดตั้งออกก่อน แล้วค่อยมาติดตั้งจากขั้นตอนนี้แทนครับ

ส่วนของการตั้งค่าฝั่ง iOS

หลังจากติดตั้ง iTune เสร็จแล้ว ตัวป๊อปอัพก็จะขึ้นหน้าต่าง ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ iOS เข้ากับคอมพิวเตอร์ของเราครับ ตรงนี้เสียบสาย lighting เข้ากับอุปกรณ์ และคอมพิวเตอร์ของเราได้เลย

ถ้าเชื่อมต่อแล้ว ตรงนี้จะขึ้นเป็นชื่อเครื่อง iOS ของเราขึ้นมาในป๊อปอัพถือว่าสมบูรณ์

ระหว่างขึ้นตอนนี้จะมีให้กรอก Apple Developer Account (ไม่ใช่ Apple ID ที่ใช้โหลดแอพอย่างเดียวนะ ต้องไปลงทะเบียนก่อน ใครยังไม่ได้ทำ ให้ไปลงทะเบียนได้ที่นี่)

ถ้าขั้นตอนสมบูรณ์แล้ว ก็จะขึ้นป๊อปอัพประมาณนี้ ให้เปิดแอพเราบนอุปกรณ์ iOS ขึ้นมาได้เลย

ดูวิดีโอสาธิตการทำงานของ Xamarin Hot Restart

เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ แบบนี้ได้ทาง Facebook และ Youtube

อ้างอิง – Xamarin Dev Blog, Build to Roam blog

Posted on Leave a comment

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศ จะโอเพ่นซอร์สแอพติดตามการแพร่กระจายเชื้อ ที่ใช้ในการควบคุมสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า (COVID-19)

Corona Covid Virus

ไม่ถึงสัปดาห์หลังจากทางการสิงคโปร์ได้ปล่อยแอพพลิเคชั่นเพื่อติดตามการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิท-19 ตอนนี้ทางหน่วยงานก็เตรียมเปิดเผยระบบเดียวกันนี้ให้นักพัฒนาที่สนใจนำไปใช้กันในรูปแบบ open-source เร็วๆ นี้

โดยแอพนี้มีชื่อว่า TraceTogether ปล่อยออกมาใช้งานตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม เพื่อเป้าหมายในการติดตามการแพร่กระจายเชื้อในประเทศสิงคโปร์นั่นเอง

แอพ TraceTogether ทำงานอย่างไร?

เมื่อโทรศัพท์ที่ติดตั้งแอพดังกล่าว และมีการเอาเข้าใกล้โทรศัพท์เครื่องอื่นที่ติดตั้งแอพเดียวกันในระยะที่เหมาะสม จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ผ่านสัญญาณ Bluetooth เพื่อเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ในเครื่องเป็นระยะเวลา 21 วัน

ซึ่งในที่นี้ มีการบันทึกระยะเวลาที่อุปกรณ์ทั้งคู่อยู่ใกล้กันไว้ด้วย

ซึ่งหากเจ้าของโทรศัพท์ที่ลงแอพนี้ถูกวินิจฉัยผลการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 เป็นบวก เจ้าของสามารถอนุญาตให้หน่วยงานสาธารณสุขเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ทันที เพื่อติดตามผู้ที่ใกล้ชิด หรือพบปะเจ้าของโทรศัพท์ในช่วงเวลาที่อาจแพร่เชื้อได้

โดยทางการสิงคโปร์ยังยืนยันชัดเจนว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากหน่วยงานสาธารณสุข บุคคลดังกล่าวยังเปิดเผยประวัติการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ทั้งรูปแบบที่จับต้องได้ (เช่นบิล หรือภาพถ่าย) หรือในรูปแบบดิจิตอล ที่ได้จากแอพต่างๆ ด้วย

ละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือเปล่า?

เก็บข้อมูลละเอียดขนาดนี้ ทางการสิงคโปร์ได้ออกมาระบุว่าตัวแอพพลิเคชั่น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น

  • ไม่เก็บชื่อผู้ใช้ (Username)
  • ไม่บันทึกประวัติตำแหน่ง
  • ไม่เข้าถึงสมุดรายชื่อผู้ติดต่อ (Contact List)
  • ข้อมูลที่เก็บบนแอพถูกเข้ารหัสทั้งหมด
  • รายชื่อผู้พบปะติดต่อ เครื่องเป้าหมาย ไม่ได้ใช้เบอร์โทรศัพท์ แต่ใช้เลขประจำตัวแบบสุ่มที่เข้ารหัสไว้เป็นอย่างดี (Cryptographically generated temporary ID)

โดยล่าสุด ทางโฆษกของสำนักงานเพื่อรัฐอัจฉริยะและรัฐบาลดิจิทัล (The Smart Nation and Digital Government Office) ได้ออกมาแจ้งความคืบหน้า ว่าทีมวิศวกรกำลังระดมทีมเพื่อเตรียมความพร้อมให้ระบบนี้ สำหรับการเปิด Open-source สำหรับนักพัฒนาทั่วโลกเอาไปใช้งานกัน

ติดตามอัพเดตต่อเนื่องได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้

หรืออยากเริ่มต้นเรียนกับโค้ชพลได้เลย

คอร์สออนไลน์เริ่มต้นสร้าง Mobile App ด้วย Google Flutter

เหมาะผู้เริ่มต้น และนักพัฒนาเว็บ, เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

ที่มา – CNBC

Posted on Leave a comment

บรรยากาศการสัมมนาการพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ Modern Mobile Application Development ณ จังหวัดภูเก็ต

Cross Platform Mobile Application Workshop - TOT - 1
Cross Platform Mobile Application Workshop - TOT - 1

ปีนี้โค้ชพลได้มีโอกาสไปหาพี่ๆ น้องๆ ภาคใต้ อัพเดตเรื่องเทคโนโลยีการพัฒนา Mobile Application ด้วยเทคโนโลยีล้ำๆ ที่ช่วยให้การทำงานง่าย และได้แอพพลิเคชั่นทั้ง iOS และ Android ที่เขียนพัฒนาแค่ตัวเดียวก็เอาอยู่ อย่าง Xamarin และ Ionic React ครับ

พี่ๆ น้องๆ ที่สนใจเข้าร่วมแอคทีฟมากๆ เห็นว่ามีตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นแนวไหน เลยให้ข้อมูล และแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวไปให้ด้วยเลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

สนใจติดต่อจัดอบรม in-house หรือ Workshop Online ติดต่อ 083-071-3373 ได้นะครับ

เริ่มต้นเรียนกับโค้ชพลได้เลย

คอร์สออนไลน์เริ่มต้นสร้าง Mobile App ด้วย Google Flutter

เหมาะผู้เริ่มต้น และนักพัฒนาเว็บ, เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!