Posted on Leave a comment

Cordova for Android รุ่น 4.0 มาแล้ว! รองรับ Crosswalk สนับสนุน plugin เพิ่ม

cordova-android-release-version

ในที่สุด Apache Cordova ก็ได้ปล่อยตัวโปรเจคสำหรับ Android รุ่น 4.0 เป็นที่เรียบร้อย (อย่าไปจำสลับกับเวอร์ชั่นของ Android OS ที่เป็นระบบปฏิบัติการนะ)

โดยทีมงานของ Apache Cordova ได้ประกาศว่า Cordova for Android 4.0 นี้จะเป็นเวอร์ชั่นหลักสำหรับการปล่อย Cordova CLI เวอร์ชั่นต่อไปด้วย

โดยใครใจร้อนอยากลอง สามารถใช้คำสั่งอัพเดต Android platform ในโปรเจคแอพ Cordova ของเราได้ด้วยคำสั่งด้านล่างเลย

cordova platform update android@4.0.0

สิ่งที่เพิ่มเข้ามา/เปลี่ยนแปลงใน Cordova for Android 4.0

ความเปลี่ยนแปลงนอกจากการปรับปรุงข้อผิดพลาดจุกๆ จิกๆ แล้ว ก็คงจะเป็นเรื่อง Crosswalk นี่แหละครับ

Crosswalk กับระบบ WebView สมัยใหม่

Crosswalk เป็นเหมือนเครื่องยนต์พลังไฮบริด ใช้ได้ทั้งน้ำมัน, น้ำ, ไฟฟ้า, ไฮโดรเจน ที่เอาไปเปลี่ยนในรถยนต์คนไหนก็ได้

ความเจ็บปวดของคนทำแอพ Android ด้วย HTML5 กับ PhoneGap/Cordova ก็คือ WebView (ตัวแสดงผลเว็บ) ใน Android แต่ละรุ่นมีความสามารถไม่เท่ากัน

นึกถึง IE 6, 7, 8, 9, 10 ที่คนทำเว็บรู้จักความสามารถเป็นอย่างดีก็ได้

แต่ Crosswalk เป็น WebView ทางเลือก เปิดให้นักพัฒนาฝังตัวมันเองไปกับแอพ เพื่อให้ได้ใช้ความสามารถสูงสุดอย่าง HTML 5 หรือ CSS 3 ได้อย่างไม่มีปัญหา

เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้จัก Crosswalk แบบเจาะลึกให้ไปตามอ่านในบทความที่ผมเขียนไว้ที่นี่

โดยถ้าอยากลองใช้ Crosswalk สามารถติดตั้งเป็น Plugin เพิ่มเติมได้ครับ โดยใช้คำสั่ง

cordova plugin add https://github.com/MobileChromeApps/cordova-plugin-crosswalk-webview.git#1.0.0

WhiteList แยกออกเป็น Plugin

ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างของ Cordova for Android 4.0 ก็คือ White List ที่ปกติจะฝังการทำงานมากับตัว Cordova project จะถูกแยกออกมาเป็น Plugin ที่ชื่อ Cordova Whitelist Plugin ครับ

ติดตั้งได้โดยใช้คำสั่ง

cordova plugin add https://github.com/apache/cordova-plugin-whitelist.git#r1.0.0

ซึ่งการตั้งค่า Whitelist จะมาพูดถึงในโอกาสต่อๆ ไปครับ

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

Posted on Leave a comment

ง่ายจริง! ทำความเข้าใจกับ PhoneGap/Cordova แบบเร็วๆ

hello-phonegap-cordova

สอน และทำเกี่ยวกับ Hybrid Mobile Application ตั้งแต่มันยังไม่ใช้ JQuery Mobile จะ 4 ปีแล้ว พอจับข้อสงสัยยอดนิยมของคนส่วนใหญ่ได้ เอามาอธิบายกันสั้นๆ ง่ายๆ ในนี้ดีกว่า

1. PhoneGap/Cordova คืออะไร?

ระบบ หรือโซลูชั่นที่ทำให้คนที่ทำเว็บเป็นอยู่แล้ว สามารถข้ามมาพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์พกพาได้ง่ายที่สุด (Mobile Application หน่ะแหละ)​

ภาษาที่ใช้สร้างตัวแอพ สำหรับ PhoneGap/Cordova คือภาษาเว็บอย่าง HTML, CSS, และ Javascript

2. PhoneGap/Cordova เอาไปทำแอพพลิเคชั่นระบบอะไรได้บ้าง

ตามนี้

  • iOS
  • Android
  • Windows Phone 7, 8, 8.1
  • Windows 8, 8.1
  • Windows Phone 10 (เรียกอีกชื่อว่า Universal App ทำงานได้ตั้งแต่ PC, Tablet, Smart phone)
  • Firefox OS
  • Ubuntu Phone
  • BlackBerry
  • Symbian

3. PhoneGap/Cordova ทำงานได้อย่างไร?

ให้มองว่า PhoneGap/Cordova คล้ายกับแอพพลิเคชั่นเว็บเบราเซอร์ทำเอง (Home-made Web Browser) ซึ่งหน้าที่ของมันคือเปิดไฟล์ HTML ที่ต้องการขึ้นมาแสดงแทนส่วนติดต่อผู้ใช้ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า User Interface

ซึ่งทีมผู้สร้าง PhoneGap/Cordova ได้สร้างต้นแบบของแอพพลิเคชั่นด้วยภาษา Native (ใช้ภาษาของระบบนั้นๆ สร้างขึ้น เช่น Android ก็ใช้ภาษา Java ส่วน iOS ก็ใช้ภาษา Objective-C) ให้ทำงานเหมือนกัน คือเปิดไฟล์ HTML, CSS, Javascript ขึ้นมาแสดง

ดังนั้น PhoneGap/Cordova เป็นแอพพลิเคชั่นแบบ Native ซึ่งมีส่วนติดต่อผู้ใช้เป็นหน้าเว็บที่อยู่ภายในแอพนั่นเอง (ไม่ได้เปิดไฟล์เว็บมาโชว์จาก Server อย่างที่บางคนเข้าใจผิด และถึงทำได้ในเชิงเทคนิค ก็ไม่แนะนำ)

4. PhoneGap และ Cordova แตกต่างกันอย่างไร

ให้เข้าใจว่า ทั้ง PhoneGap และ Cordova คือฝาแฝดที่เดินคนละเส้นทาง

  • PhoneGap เกิดก่อน เป็นโครงการ Open-source สร้างโดยบริษัทชื่อ Nitobi โดนซื้อโดย Adobe เอาไปรวมกับ Solution ของ Adobe Dreamweaver เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว
  • Cordova เกิดตามมา เพราะ Adobe และ Nitobi ต้องการให้ PhoneGap เป็นโครงการ Open-source ต่อไป เลยบริจาคให้

ดังนั้นทั้ง 2 เหมือนฝาแฝด ทำได้งานได้เหมือนๆ กัน แตกต่างตามกฎหมาย และวิธีนำไปใช้งาน

PhoneGap ผู้พี่จะเชื่อมต่อกับระบบ PhoneGap Build ของ Adobe อีกที

Cordova ผู้น้องถูกนำไปพัฒนาร่วมกับระบบต่างๆ เช่น โปรแกรมช่วยเขียนโค้ดอย่าง Visual Studio, Jet Brain และโครงการ Hybrid Mobile Application อื่นๆ เช่น AppGyver, CrossWalk, Ionic Framework

Based on true story.

5. แอพที่สร้างด้วย PhoneGap/Cordova เป็นแอพแบบ Native ใช่หรือไม่?

ใช่แล้ว แอพที่ได้เป็นแอพแบบ Native ทั่วไป เพียงแต่ส่วนติดต่อผู้ใช้ ถูกสร้างขึ้นด้วยภาษาเว็บฝั่ง Front-end นั่นก็คือ HTML, CSS, Javascript

6. ภาษาเว็บ Server อย่างเช่น PHP, ASP.NET ทำงานใน PhoneGap/Cordova ได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะภาษาฝั่ง server ทั้งหมดจำเป็นต้องมีตัวแปลง หรือทำงานบน Web server โดยตรง ภาษาอย่างพวก PHP, Ruby on Rails, ASP.NET, หรือ JSP ไม่สามารถทำงานบนแอพพลิเคชั่นได้ (มือถือลูกค้าไม่มี Web server)

7. ถ้าต้องการเก็บข้อมูลบนแอพพลิเคชั่นที่สร้างด้วย PhoneGap/Cordova สามารถทำได้หรือไม่?

สามารถทำได้ ทาง PhoneGap/Cordova มีส่วนติดต่อกับฐานข้อมูลแบบ SQLite 3 ซึ่งเหมือนกับที่ภาษา Native ของระบบอื่นๆ ใช้

8. เขาว่ากันว่าใช้ PhoneGap/Cordova ทำแอพแล้วช้าจริงหรือ? แล้วแก้ไขได้อย่างไร?

PhoneGap/Cordova ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่น เหมือนที่อธิบายในข้อ 3

ส่วนที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของแอพโดยรวม เกิดได้จาก 3 ส่วนใหญ่ๆ

  1. WebView และรุ่นของระบบปฏิบัติการ
  2. Framework ที่เลือกใช้
  3. วินัยในการเขียน Code ของนักพัฒนา

1. WebView

เจ้า Web View นี่คือส่วนสำคัญที่ทำให้แสดงผลไฟล์เว็บใน ใน Web view ของ Android รุ่นเก่าๆ ส่วนนี้ห่วยแตกพอสมควร (ให้ลองนึกถึงการ์ดจอ 3 มิติ ห่วยๆ) แถมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้ Web View ใน Android แต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน

แต่หลังจาก Android 4.0 เป็นต้นมา Google ได้ปรับระบบเพื่อให้ Web View ส่วนนี้เหมือนกันหมด และอัพเดตตามกันได้เกือบทุกรุ่น ส่วนรุ่นเก่าๆ มีโครงการ Crosswalk ของอินเทลเข้ามาช่วย

ส่วนใน iOS ไม่มีปัญหา เพราะแกทำมาดีตั้งแต่ iOS 6 แถมใน iOS 8 นี่ยิ่งกว่าติดเจ็ท

2. Framework ที่เลือกใช้

ปัจจุบันนักพัฒนา (Developer) พัฒนาเว็บแอพได้เร็วกว่าเดิมมาก เพราะมี Framework มาให้เลือกใช้

แต่พอมาถึงยุค Mobile device เจ้า Framework พวกนี้กลับแผลงฤทธิ์

เพราะตอนที่ Framework ถูกสร้างขึ้นมาช่วงแรกๆ ไม่มี Smart phone หรือ Tablet ไม่มีระบบ Android หรือ iOS มีแต่ Windows, Mac และ Linux สเปคเทพมากมาย

ทำให้เวลามาทำงานบนอุปกรณ์พกพา สะดุดมั่ง ล้มมั่ง อืดมั่ง

นักพัฒนาควรศึกษา Framework ให้ดีก่อนที่จะเอามาใช้กับโครงการที่ต้องใช้งานบนอุปกรณ์พกพา เดี๋ยวนี้หลายๆ ตัวที่เหมาะสมกับการทำงานบนอุปกรณ์พกพา ก็เกิดใหม่มากมาย

3. วินัยในการเขียน Code ของนักพัฒนา

ตอนที่ผมสอน นักพัฒนาหลายๆ คนจะติดการทำงานมาจากฝั่งของการพัฒนาเว็บที่ไม่ดี เช่น

  • บางคนตัดแปะ code จากอินเตอร์เน็ต ถ้าทำงานได้ก็บันทึกไว้ ไม่ได้ปรับแต่งอะไร
  • บางคนไม่ใช้ Framework ก็ไม่เอาออก

วิธีปรับปรุงคือ

  • ต้องเรียนรู้การทำงานของระบบให้รู้จริง
  • เรียนรู้การสร้างแอพในแบบ Object-Oriented (OO) ให้เข้าใจ จะทำให้ทำงานง่ายขึ้น แก้ไขปรับปรุงแอพมีปัญหาน้อย
  • เรียนรู้การสร้างแอพในรูปแบบ Agile และ Test-driven development จะทำให้สร้างแอพได้เร็ว ผิดพลาดน้อยในระยะยาว

9. เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพตัวแอพที่สร้างจาก PhoneGap/Cordova

วิธีการเพิ่มความเร็วมีหลายเทคนิค ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน เช่น วิธีลดเวลาหน่วงของการกดปุ่มบนแอพ

ลองค้นหาเรื่อง Web optimisation ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน

สรุป

นั่นคือคำถามที่หลายๆ คนจะสงสัย และเท่าที่โค้ชพลนึกขึ้นได้ในตอนนี้ ไว้รอบหน้าจะมาเข้าใจกันง่ายๆ กับ Ionic Framework กัน

ใครสนใจมาอบรมกับโค้ชพลได้ตามด้านล่าง หรือจะให้ไปอบรมแบบเจาะเนื้อหาถึงที่ก็ได้นะ โทร 083-071-3373

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

 

Posted on 1 Comment

วิธีเตรียมเครื่อง Mac เพื่อพัฒนาแอพ iOS ด้วย Ionic Framework 4 และ Angular ฉบับง่ายๆ

Touch ID on iPad

อัพเดตเนื้อหาเป็นปี 2019 แล้วจ้า ในคอร์สออนไลน์ก็เรียบร้อยแล้ว

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร “สร้าง Mobile App ด้วย HTML 5, Angular, และ Ionic Framework” จะได้เป็นพื้นฐาน และให้ทุกคนสามารถทบทวนกันได้

สำหรับใครที่จะเตรียมเครื่อง Mac ไว้ทำ Android Application ให้ไปดูที่นี่

สิ่งที่ควรรู้

  • การจะทดสอบแอพ iOS บน iPhone หรือ iPad ต้องมีการสมัคร iOS Developer Program, ชำระเงิน ($99), และยืนยันให้เรียบร้อย ไม่งั้น Apple จะไม่อนุญาติให้เรารันแอพบนอุปกรณ์ของเราได้

[us_separator type=”invisible” size=”small” icon=”fas|star”]

วิดีโอแนะนำการติดตั้ง

ตอนที่ 1: ติดตั้ง Node JS

ตอนที่ 2: ติดตั้ง Ionic Framework

คำสั่งติดตั้ง Cordova และ Ionic

sudo npm install -g cordova
sudo npm install -g ionic

ตอนที่ 3: ติดตั้ง Xcode และ Development Tools

ขั้นตอนและ Link ที่เกี่ยวข้องใน Video

  1. Download โปรแกรม XCode มาติดตั้งจาก Mac App Store โดยค้นหา “XCode” หรือคลิกที่ลิ้งค์นี้ และกดปุ่ม “View on Mac App Store”
  2. ติดตั้ง XCode Command Line Tool
    • สำหรับคนที่ใช้ XCode เวอร์ชั่น 5.0 ขึ้นไป (ซึ่งผมคิดว่าคงอัพกันหมดแล้วนะ) ต้อง Download จาก https://developer.apple.com/downloads โดยค้นหาคำว่า “command line” แล้ว Download มาติดตั้ง
    • สำหรับคนที่ใช้ XCode ตำ่กว่าเวอร์ชั่น 5.0 ลงมาให้ไปที่ Menu XCode > Preferences และดูแท็บที่ชื่อ Download จะมีปุ่มให้กดติดตั้ง Command Line Tools กด แล้วปล่อยให้มัน download มาติดตั้งครับ
Download XCode Command Line Tools for PhoneGap XCode 5
ค้นหาคำว่า Command Line แล้ว download เวอร์ชั่นที่ตรงกับเครื่องเรามาติดตั้ง

ตอนที่ 4: ติดตั้ง ios-deploy และ ios-sim

เพื่อให้เราสามารถสั่งให้แอพทำงานได้จากโปรแกรม Terminal ทั้งบนอุปกรณ์จริง และ Simulator เราจะติดตั้งระบบที่เรียกว่า ios-deploy  และ ios-sim

เปิดโปรแกรม Terminal ขึ้นมา

ให้พิมพ์คำสั่งด้านล่าง และกด enter ซึ่งจะมีการถามรหัสผู้ดูแล ให้กรอก (รหัสจะไม่ปรากฎบนหน้าจอ) และกด enter

sudo npm install -g ios-deploy; npm install -g ios-sim;

ถ้าเป็น OS X El Capitan ให้ติดตั้ง ios-deploy  ด้วยคำสั่งต่อไปนี้ครับ

sudo npm install -g ios-deploy --unsafe-perm=true --allow-root

โปรแกรม Terminal จะเริ่มดาวน์โหลด และติดตั้งระบบทั้ง 2 ตัว เราแค่ปล่อยทิ้งไว้จนมันติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ครับ

สรุป

เมื่อมาถึงจุดนี้ ถือว่าเครื่อง Mac OS X ของเราพร้อมจะพัฒนาแอพ iOS ด้วย HTML 5, PhoneGap, Angular JS, และ Ionic Framework แล้วครับ มีคำถามสงสัย สามารถสอบถามได้ทางแฟนเพจของผมที่นี่

แล้วถ้าสนใจมาอบรม Workshop กับผมได้ตามรายละเอียดด้านล่างครับ

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

Posted on 1 Comment

วิธีติดตั้งเครื่อง Mac สำหรับพัฒนาแอพ Android ด้วย PhoneGap, Angular, และ Ionic Framework

OS-X-Yosemite-and-Android

อัพเดตเนื้อหาเป็นปี 2019 แล้วจ้า ในคอร์สออนไลน์ก็เรียบร้อยแล้ว

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร “สร้าง Mobile App ด้วย HTML 5, Angular 5, และ Ionic Framework 3” จะได้เป็นพื้นฐาน และให้ทุกคนสามารถทบทวนกันได้

สิ่งที่ควรรู้

  • เครื่อง Android จีนส่วนใหญ่หา driver ยาก สามารถทำแอพลงได้ แต่ไม่แนะนำให้เอามาอบรม เพราะสั่งรันแอพผ่าน USB โดยตรงไม่ได้

[us_separator type=”invisible” size=”small” icon=”fas|star”]

การติดตั้งทั้งหมดมี 7 ขั้นตอนดังนี้

  1. ติดตั้ง NodeJS
  2. ติดตั้ง Ionic Framework
  3. ติดตั้ง Android Studio
  4. ตั้งค่า PATH ของ Android SDK บน MacOS
  5. ติดตั้ง Android API
  6. ติดตั้ง Ant
  7. ตั้งค่า Git

วิดีโอแนะนำการติดตั้ง

ตอนที่ 1: ติดตั้ง Node JS

ตอนที่ 2: ติดตั้ง Ionic Framework

คำสั่งติดตั้ง Ionic Framework และ Cordova

sudo npm install -g cordova
sudo npm install -g ionic

ตอนที่ 3: ติดตั้ง Android Studio

  1. ดาวน์โหลด JDK (ต้องเป็น JDK 1.8 นะครับ)
  2. ดาวน์โหลด Android Studio
  3. แก้ไขปัญหาอัพเดต Android Studio ไม่ได้ 

ตอนที่ 4: ตั้ง PATH ของ Android SDK บน Mac OS X

ตอนที่ 5: ติดตั้ง Android SDK เพิ่มเติม

ให้เราเปิดโปรแกรม Android Studio ขึ้นมา เราสามารถเปิดส่วนการจัดการ Android SDK Manager ได้ 2 วิธี

  1. จากหน้า Startup > คลิกเลือกปุ่ม Configure ด้านล่างขวา > เลือก SDK Manager
  2. จาก Menu > ให้เลือก Preference และค้นหาคำว่า SDK Manager

Android Studio open SDK Manager

จากนั้น

  1. เช็คให้แน่ใจว่า เราอยู่ในส่วน SDK Platform (ถ้าส่วนนี้ไม่สามารถใช้งานได้ ให้เช็คที่อยู่ของ Android SDK ว่ากำหนดไปที่อยู่ในเครื่องเราจริงหรือไม่, ปกติ Andriod Studio จะลงให้ตอนเปิดโปรแกรมครั้งแรก)
  2. กดเลือก Show Package Detail
  3. จะเห็นรายละเอียดของ Android SDK แต่ละเวอร์ชั่น ถือว่าโอเค ไปขั้นตอนต่อไปได้

Android Studio show SDK Platform version

การเลือก SDK Platform

ในรายละเอียดของ Android SDK แต่ละเวอร์ชั่นนี้ สิ่งสำคัญจริงสำหรับเราก็คือ Android SDK Platform XX อย่างที่วงแดงเอาไว้ในภาพ

โดยให้เราเลือก Android SDK Platform สำหรับ Android แต่ละเวอร์ชั่นตั้งแต่เวอร์ชั่นล่าสุด และ

  1. เลือกจนถึงเวอร์ชั่น 23 ต่ำกว่านี้ไม่ต้อง เช่นถ้าล่าสุดคือเวอร์ชั่น 28 ก็ให้เลือก 28, 27, 26, 25, 24, 23
  2. ไม่ต้องเลือกเวอร์ชั่น Preview เช่น Android P Preview ไม่ต้องเลือก

เสร็จแล้วกดปุ่ม OK เพื่อให้ Android Studio ดาวน์โหลดจาก Internet มาติดตั้งให้

Android Studio Select Android SDK Platform

ตอนที่ 6: ติดตั้ง Ant บน Mac OS X

1. ติดตั้ง Brew

เปิดไปที่เว็บ HomeBrew และติดตั้งตามขั้นตอนในเว็บให้เรียบร้อย

ปล. ถ้ายังไม่ได้ลง XCode Command Line Tools มันอาจจะขึ้นหน้าต่างมาให้ติดตั้ง ก็… ติดตั้งตามนั้นเลยครับ ใช้เวลา download นิดหนึง

2. ใช้ Brew ติดตั้ง Apache Ant

สั่งคำสั่งนี้หลังจากติดตั้ง Brew เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ

brew install ant

หรือ

brew install https://raw.github.com/Homebrew/homebrew-dupes/master/ant.rb

จะมีการติดตั้งเกิดขึ้นดังภาพ

Install Apache Ant with HomeBrew

ตอนที่ 7: ตั้งค่า Git

หากเราไม่เคยใช้ Git มาก่อน ครั้งแรกเราจำเป็นต้องตั้งชื่อ และ Email ของเราให้เรียบร้อย

ให้เปิดโปรแกรมชื่อ Terminal ขึ้นมา และรันคำสั่งต่อไปนี้ โดยใส่ข้อมูลของเราลงไป

เช่น ให้ใส่ชื่อภาษาอังกฤษของเราลงไปแทน Teerasej Pon 

และใส่ Email ลงไปแทน training@nextflow.in.th

git config --global user.name "Teerasej Pon"
git config --global user.email training@nextflow.in.th

สรุป

เมื่อมาถึงจุดนี้ ถือว่าเครื่อง Mac OS X ของเราพร้อมจะพัฒนาแอพ Android ด้วย HTML 5, PhoneGap/Cordova, Angular, และ Ionic Framework แล้วครับ มีคำถามสงสัย สามารถสอบถามได้ทางแฟนเพจของผมที่นี่

แล้วถ้าสนใจมาอบรม Workshop กับผมได้ตามรายละเอียดด้านล่างครับ

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!