Posted on Leave a comment

วิธีดาวน์โหลด Font กว่า 13,000 ฟ้อนท์จาก Adobe มาใช้บน iPhone และ iPad

Nextflow - Adobe - Install Font on iPadOS

หากใช้ iOS และอัพเดตเป็นเวอร์ชั่น 13 มาแล้ว จะมีความสามารถหนึ่งที่ Apple เพิ่มเข้ามาคือการเอา Custom Font มาใช้ในระบบ iOS กับแอพต่างๆ นั่นเอง

โอเค ระบบมันก็ดีนะ แต่พลก็คิดเหมือนกันว่า

แล้วเราจะเอา Font มาจากไหน?

ถ้าเป็นแบบปกติก็คือการดาวน์โหลดผ่านแอพที่ให้บริการฟ้อนท์ต่างๆ อีกทีหนึ่งนั่นเอง แต่ใครที่ใช้ Adobe Creative Cloud ล่ะก็ ตอนนี้เขาเปิดให้เราดาวน์โหลดฟ้อนท์กว่า 13,000 รายการมาใช้ใน iPhone และ iPad กันแล้วนะ

สิ่งที่ต้องมีเพื่อใช้ Font จาก Adobe Creative Cloud

โดยในที่นี้เราต้องมี:

  1. แอพ Adobe Creative Cloud (สมัครสมาชิกให้เรียบร้อย)
  2. ตัวเครื่อง iPhone ต้องเป็นเวอร์ชั่น iOS 13.1 ขึ้นไป
  3. และ iPad ต้องเป็น iPadOS 13.1 ขึ้นไป

วิธีการดาวน์โหลด Font ที่ต้องการมาใช้งาน

หลังจากอัพเดตแอพ Adobe Creative Cloud แล้ว เปิดมาจะเจอ tab ชื่อ Font อยู่ด้านล่างแบบนี้ กดเลย กดเลย

Adobe Creative Cloud iOS iPadOS - Font Tab

จะเป็นหน้าต่างแสดงรายการ และตัวอย่าง Font เราสามารถ

  • Filter หาฟ้อนท์ที่ต้องการตามเงื่อนไข
  • กดปุ่มค้นหา (รูปแว่นขยาย) ด้านบน เพื่อกรอกชื่อ font ที่ต้องการค้นหาลงไป

เมื่อเจอ Font ที่ต้องการแล้ว ก็กดปุ่ม install font เล็กๆ ได้เลย

จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมาแจ้งว่า Font นี้ติดตั้งแล้ว แอพอื่นจะใช้ได้ด้วยนะ (ใช่สิ! นั่นคือเป้าหมายของเรา)

พอติดตั้งเรียบร้อย จะขึ้นเป็นสีเขียวที่ Font หมายความว่าติดตั้งเสร็จแล้ว

จากนั้นเราก็สามารถเลือกใช้ Font จากรายการในแอพที่รองรับ Custom Font ได้เลยครับ เช่น ด้านล่างนี้เรียกใช้จาก Keynote

ไหนๆ ก็ไหนๆ ตอนนี้ Adobe ออก Photoshop for iPadOS ออกมาแล้ว เอามาลองซะหน่อย ก็ใช้ได้เหมือนกัน

จะเห็นว่าใช้ได้งานง่ายมากๆ เลย ลองดูกันนะครับ ยิ่งสาย Designer และ Creative แล้วน่าจะชอบกัน

ติดตามโค้ชพลด้านเทคโนโลยี และการสร้างใช้งาน

Posted on Leave a comment

Adobe แถลง: Flash ยังอยู่ต่อ, Animate CC จะรองรับ HTML5 และความต้องการใหม่ๆ

Flash-HTML5

จากที่มีการประกาศเปลี่ยนชื่อโปรแกรมคู่ยุคสมัยอินเตอร์เน็ตอย่าง Flash Professional CC เป็น Animate CC วันนี้ Adobe ออกมาแถลงวิสัยทัศน์ และทิศทางของเทคโนโลยีอย่าง Flash และ HTML5 ครับ

ซึ่งพวกเราไม่น้อย ก็คงผ่าน Flash มาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคนใช้ (เก็บผักกันมั้ย?) หรือคนสร้าง ก็คงมีคำถามไม่น้อย ผมขอถอดเนื้อหา และสรุปมาเป็นคำตอบที่หลายๆ คนอยากทราบแล้วกันครับ

Adobe จะสนับสนุน Flash ต่อไป

Adobe เน้นอย่างชัดเจนว่า Flash จะตอบโจทย์ความต้องการในส่วนระบบเกมส์บนเว็บ (Web Gaming) และวิดีโอคุณภาพสูง (Premium Video) เป็นหลัก ซึ่ง Flash จะเป็นเทคโนโลยีทางเลือกใน 2 ส่วนนี้

เป็นที่ชัดเจนใน Adobe Animate CC ว่าตัวโปรแกรมยังรองรับ ActionScript 3 และการ export เป็น Flash content (SWF) และ AIR อยู่

โดยยังมีการร่วมมือกับทาง Microsoft และ Google เพื่อตรวจสอบความเข้ากันได้กับระบบในอนาคต และอุดช่องโหว่ของตัว Flash Player ให้มีความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

และล่าสุดยังประกาศความร่วมมือกับบริษัท Facebook ในการรองรับเกมส์บน Facebook ที่สร้างจาก Flash จะสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหล และ Facebook จะคอยรายงานปัญหาด้านความปลอดภัยให้ Adobe ในการพัฒนา Flash Player เวอร์ชั่นต่อไป

Adobe จะเดินหน้ากับ HTML5 ที่เป็นมาตรฐานเปิด

ในอีกด้านที่มาตรฐานเปิดอย่าง HTML5 ได้รับความนิยม และสามารถใช้งานข้าม Platform และอุปกรณ์ได้หลากหลาย อีกทั้งปัจจุบันก็มีความต้องการด้านนี้เพิ่มสูงขึ้นจากลูกค้า ทาง Adobe ได้มีการปรับเครื่องมือให้สอดคล้องกับความต้องการด้านนี้

จึงเป็นที่มาการเปลี่ยนชื่อ Flash Professional CC เป็น Animate CC เพื่อให้รับกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ทำงานด้าน Flash content อย่างเดียว ให้รองรับการนำช้ินงานออกไปใช้ด้วยเทคโนโลยีอย่าง WebGL และ HTML5 Canvas รวมถึงวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K

รวมถึงยังมีการพัฒนาตัวเล่นวิดีโอ HTML5 (Video Player) ซึ่งมีการรองรับด้าน DRM (Digital Right Management) สำหรับระบบ Primetime มาอีกด้วย

สรุปส่งท้าย

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในคราวนี้ของ Adobe น่าจะคลายความสงสัยของพวกเราหลายๆ คนได้ดีทีเดียว

โดยส่วนตัวผมมีความเห็นดังนี้ครับ

  • Adobe ยังคงสนับสนุน Flash ในด้านของการทำเกมส์บนเว็บ และ Facebook อยู่ รวมถึงความต้องการด้านวิดีโอคุณภาพสูง
  • Adobe สยายปีกรองรับเทคโนโลยีเปิดอย่าง HTML5 โดยมุ่งไปนี้มาตรฐานใหม่อย่าง WebGL และ โดยเน้นไปที่การสร้างเครื่องมือ และระบบที่เอื้อกับสร้างสรรค์งานได้สะดวกและรวดเร็วเช่นเดิม (Adobe Animate CC มาเป็นหัวหอกด้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย)

มาติดตามอัพเดตเนื้อหาใหม่ๆ ได้ในแฟนเพจ ThaiADC และ Nextflow รวมถึงวิดีโอใหม่ๆ ได้ที่ YouTube ครับ

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

อ้างอิง – Adobe’s Blog

Posted on Leave a comment

Adobe Animate CC: ร่างใหม่ของ Flash Pro รองรับความต้องการแอนิเมชั่นยุคหน้า

animatecc

ในปี 2016 ที่กำลังจะมาถึง Adobe ก็มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ อย่างโปรแกรมที่พวกเราชาวไทยคุ้นเคยอย่าง Adobe Flash Professional CC ก็มีอันเปลี่ยนชื่อเพื่อรองรับความต้องการใหม่ๆ ของโลกสมัยใหม่ในชื่อ Adobe Animate CC ครับ

[us_message]Adobe ออกแถลงการณ์เรื่องของ Flash และ HTML5 แล้ว คลิกไปดูเพิ่มเติมได้เลย[/us_message]

ยุคของ Flash ที่รุ่งเรือง

ใน 10 ปีที่ผ่านมา น้อยคนที่เล่นเว็บ จะไม่รู้จัก Flash เพราะมันเคยได้ชื่อเป็นระบบ ที่มีโปรแกรมสร้างแอนิเมชั่น และอินเตอร์แอคทีฟได้ง่ายๆ ใช้ทำตั้งแต่สื่อการสอน ยัน Kiosk สนามบิน แถมป้ายโฆษณาออนไลน์ (Ads) จนถึงเกมส์ออนไลน์บน Facebook ทั้งหมดในช่วงเวลานั้นใช้เทคโนโลยี Flash เป็นหลัก

Flash เป็นเทคโนโลยีของบริษัท Macromedia ต่อมาถูกเข้าซื้อโดย Adobe และพัฒนาโครงสร้าง และความสามารถจนถึงขีดสุด โดยรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง ActionScript 3 หรือ การแสดงผล 3 มิติ (Stage 3D)

ซึ่งต่อมาโดนยุคของอุปกรณ์พกพา (Mobile Device’s Era) เทคโนโลยี Flash ค่อยๆ ถูกบดบังด้วยเทคโนโลยีที่เปิดกว้างอย่าง HTML 5 และระบบบนอุปกรณ์พกพานี่เองที่ไม่รองรับ Flash เป็นสาเหตุหลัก (เอาจริงๆ นะ HTML5 มันก็ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่หรอก คนทำด้านนี้จะรู้ว่ามันค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเทียบความรวดเร็วและทรงพลัง Flash ก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ อยู่ เพียงแค่มันเปิดดูผ่านเว็บเบราเซอร์บนอุปกรณ์พกพาไม่ได้นั่นเอง)​

จนในช่วงสุดท้ายนี้ Adobe เริ่มเพิ่มความสามารถให้ Adobe Flash Professional ให้สามารถ export ไฟล์ออกมาเป็น HTML 5, JavaScript, และ WebGL ได้บ้าง พร้อมกับสร้างโปรแกรมคู่ขนานขึ้นมาอีกตัวชื่อ Adobe Edge Animate CC เพื่อรองรับความต้องการ HTML Animation ในยุคปัจจุบัน

ตอนนี้ก็ได้เวลาอันสมควรที่โปรแกรม Adobe Flash Professional จะสลัดภาพเดิมๆ ที่ติดกับเทคโนโลยีหนึ่งเดียวอย่างแต่ก่อน และสยายปีกรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในชื่อ Adobe Animate CC แล้ว

ก่อน Flash Professional จะถึงจุดนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

  • ปรับปรุง Bone Tool ในการทำแอนิเมชั่น
  • รองรับการทำ Sprite Sheet สำหรับคนทำเกมส์ หรือเว็บ
  • นำไฟล์วิดีโอเข้ามาใช้ และตัดไฟล์เสียงได้โดยตรง (Audio Splitting) ในโปรแกรม
  • รองรับการสร้าง HTML5 Ads ตามมาตรฐาน Interactive Advertising Bureau (IAB)
  • รองรับการทำงานกับมาตรฐานกลางของเว็บ:
    • WebGL
    • Export เป็น SVG ได้
    • JavaScript อย่าง CreateJS
  • ปรับแต่ง Brush ได้อย่างอิสระ (Custom Brushes)
  • ปรับแต่งความกว้างของ Stroke ได้อิสระ (Variable-width)

ความสามารถอื่นๆ สามารถดูได้จาก Adobe New feature

รู้จักกับ Adobe Animate CC

Adobe ตั้งชื่อใหม่ให้ Flash Professional CC เป็น Adobe Aniamte CC และเพิ่มความสามารถเพื่อรองรับความต้องการในการใช้งานแอนิเมชั่นในปัจจุบันที่หลากหลายมากขึ้น

โค้ชพลสรุปเป็นข้อๆ ให้ดังนี้

1. ด้านการสร้างสรรค์ผลงาน

  • Vector Brush: ปรับแต่งได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกลัวแตก และนำงานจาก Adobe Capture CC มาใช้งานได้
  • 360 Canvas: ปรับหมุน Canvas ได้ 360 องศา (ใช้กับ Wacon Cintiq ได้ด้วยนะ)
  • ปรับปรุงการทำงานของ Pencil และ Brush ให้วาดและแสดงผลได้เร็วขึ้น
  • ปรับปรุงการทำงานเกี่ยวกับไฟล์เสียง (Audio)
  • เปลี่ยนสีได้อย่างรวดเร็ว อันนี้โค้ชพลสนใจมาก เพราะเราสามารถตั้ง tag สีและเปลี่ยนใช้ทั้งโปรเจคได้เลย
  • Colored Onion Skinning: จัดการคุณสมบัติสี และความโปร่งแสงได้อย่างอิสระ

2. ด้านการทำงานร่วมกับ CreativeSync

  • เชื่อมต่อกับ Adobe Stock เพื่อเข้าถึงงานภาพถ่าย, ภาพวาด, รวมถึงภาพ Vector ต่างๆ
  • เชื่อมต่อกับ Creative Cloud Library เพื่อนำชุดสี, ภาพ Vector, รวมถึง Brush ที่สร้างจากแอพ Adobe Capture

3. ด้านการนำตัวงานไปใช้ (Output Capabilities)

  • รองรับการสร้างเป็นฟอร์แมตต่อไปนี้:
    • HTML5 Canvas
    • WebGL
    • Flash (SWF)
    • AIR
    • ส่วนเสริมอื่นๆ เช่น SVG (ผ่านระบบ Extension)
  • รองรับการ export เป็นไฟล์วิดีโอ รองรับสูงสุด 4K ในปัจจุบัน
  • รองรับการ export เป็นไฟล์ OAM (แบบเดียวกับ Adobe Edge Animate CC) เพื่อนำไปใช้ใน Adobe Muse, InDesign, DPS, และ Dreamweaver

ในโอกาสนี้ทาง Adobe ก็ได้วางกำหนดการเดโม Sneak Peek บนระบบ Twitch เพื่อโชว์การทำแอนิเมชั่น และการสร้างเกมส์จาก Adobe Animate CC สามารถดูกำหนดการได้ที่นี่ครับ

น่าตื่นเต้นจริงๆ อย่าลืมติดตามข่าวได้ที่แฟนเพจ ThaiADC และ Nextflow และวิดีโออัพเดตได้ที่ YouTube กันนะครับ

[us_message]Adobe ออกแถลงการณ์เรื่องของ Flash และ HTML5 แล้ว คลิกไปดูเพิ่มเติมได้เลย[/us_message]

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

อ้างอิง

Posted on Leave a comment

รู้จักกับ Project Comet: UX Tool จาก Adobe

เครื่องมือของ Adobe เน้นช่วยเหลือเหล่านักออกแบบ และครีเอทีฟบันดาลไอเดียออกมาสู่โลกนี้ได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบายกว่าเดิม ซึ่งเรื่องของ User Experience Design ก็ถูกรวมเข้าไปในเป้าหมายของ Adobe ด้วย

แน่นอน เครื่องมือในการออกแบบ User Experience ที่ดีในมุมมองของ Adobe หน้าตาจะเป็นอย่างไรนั้น

ขอแนะนำให้รู้จักกับ Project Comet ครับ

Project Comet: ดาวหางแห่ง User Experience Design

User Experience Design ไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีมาสักระยะแล้ว ซึ่งทาง Adobe ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องนี้ เฝ้าสังเกต และมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดมานานแล้ว

Project Comet เป็นชื่อรหัสของเครื่องมือที่ Adobe สร้างขึ้นสำหรับ User Experience Designer โดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าไปช่วยในกระบวนการออกแบบดังนี้

  • สร้างขึ้นโดยเฉพาะกับงาน UX โดยคงคุณภาพ และมาตรฐานระดับสูงของ Adobe
  • ลดความซ้ำซ้อนในการใช้เครื่องมือหลายๆ ตัวในงานออกแบบ และสร้าง Prototype
  • เน้นสร้างผลงานได้รวดเร็ว เพื่อรองรับจำนวนอุปกรณ์ และขนาดหน้าจอที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
  • มีความสามารถในการออกแบบ, สร้าง Prototype, และปรับปรุงได้อย่างรวดเร็ว
  • สามารถแสดงผลบนอุปกรณ์จริงได้อย่างแม่นยำ และถูกต้อง

โดยทีมผู้สร้างให้ข้อมูลว่าเราสามารถนำงานที่ออกแบบจาก Photoshop หรือ Illustrator มาใช้ใน Project Comet ได้ทันที

รวมถึงสามารถแก้ไขภาพ Bitmap ใน Photoshop แล้วมีผลต่องานใน Project Coment ได้ทันที

วันนี้มาดูว่าเราจะได้เห็นชื่อจริงของ Project Comet ไหม? จะอยู่ในรูปแบบของโปรแกรมบน Desktop เท่านั้น หรือจะมาใน Mobile Application ด้วย?

มาร่วมรับชมพร้อมกันได้ที่นี่ Adobe MAX Online

เปิดอบรมสร้าง Cross Platform Mobile Application ด้วย Ionic Framework

เหมาะสำหรับคนทำเว็บ, เริ่มต้น JavaScript ES6 และ Angular เข้าใจง่าย, ใช้ได้จริง

สอบถาม หรือติดต่อจัดอบรมโทร 083-071-3373

โปรหน้าฝน! เรียนรอบสด รับคอร์สออนไลน์มูลค่ากว่า 5800 บาทฟรี!

อ้างอิง – Adobe Blogs