เรียกได้ว่าใครเติบโตมาช่วงอินเตอร์เน็ตกำลังบูมในประเทศไทย ในเวลาที่เน็ต 56k นั้นเร็วส์สุดๆ แล้ว (ห๊ะ อะไรน๊ะ 1 เมกมันคืออะไร?) น่าจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยี Flash ดี
เพราะไม่ว่าจะดูหนัง หรือจะเล่นเกมบนเว็บ ก็ต้องมีการติดตั้ง Flash Player ก่อนทั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ Flash เลยล่ะ
และในวันนี้ก็คงถึงเวลาเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยี Flash อย่างจริงจังซะที เพราะในที่สุด Adobe ก็ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว
เราจะหยุดการพัฒนา และอัพเดต Flash Player ในปี 2020
บทความต้นฉบับ สามารถอ่านได้จากลิ้งค์อ้างอิงด้านล่าง แต่ใครอยากรู้เฉพาะเนื้อๆ โค้ชพลสรุปแถลงการณ์จากฝั่ง Adobe และ 5 พันธมิตรที่เข้ามาช่วยในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้แล้ว
Adobe
- หยุดอัพเดต และหยุดให้ดาวน์โหลด Flash Player ในปี 2020
- แนะนำให้ค่อยๆ ย้ายเนื้อหา Flash เดิม ไปเป็นเทคโนโลยีใหม่ (ในที่นี้คือสาย HTML5)
- Adobe จะยังรองรับระบบปฏิบัติการ และเว็บเบราเซอร์ปัจจุบันไปจนถึงสิ้นสุดแผนการ
- การเปลี่ยนผ่าน จะทำพร้อมกับพันธมิตร 5 บริษัท ได้แก่ Apple, Google, Microsoft, Facebook, และ Mozilla
- Adobe ยังเน้นการพัฒนาเครื่องมือที่ดีที่สุด สำหรับเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมาตรฐาน โดยการพัฒนาเครื่องมือที่รองรับ HTML5 และเข้าร่วมกลุ่ม WebAssembly Community
อย่างล่าสุดก็คือ Adobe Animate CC ที่พลเขียนแนะนำไว้ที่นี่
ความสัมพันธ์ระหว่างเฟสบุ๊คกับแฟลช ก็คงไม่พ้นเรื่องเกมส์ ได้ออกแถลงการณ์ดังนี้ครับ
- Facebook ขานรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ และสนับสนุนให้นักพัฒนาสร้างเกมส์บนเทคโนโลยีเปิดอย่าง HTML5 มาได้พักใหญ่ๆ แล้ว
- ปัจจุบันมีเกมส์ที่สร้างด้วย HTML5 กว่า 200 เกมส์ เกือบทั้งหมดเปิดตัวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
- ปัจจุบันมีเครื่องมือหลากหลาย ตั้งแต่ Library ต่างๆ, HTML5 Engine, Cross Platform Engine รวมไปถึง Facebook-Unity WebGL
- Facebook มี Gameroom สำหรับเล่นเกมส์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ รองรับทั้ง cocos2D, HTML5, Unity, Unreal, WebGL
- นอกจากนี้ยังมีคู่มือแนะนำการพอร์ทเกมส์จาก Unity มาเป็น WebGL เพื่อใช้บน Facebook ด้วย
ทาง Facebook ยังจะจัด Webinar แนะนำการย้ายเกมส์จาก Flash มาเป็นเทคโนโลยีใหม่ด้วย ในวันที่ 30 สิงหาคม และ 25 ตุลาคม ลงทะเบียนได้ที่นี่
- Google สนับสนุนแนวทางของ Adobe และย้ำว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเว็บ ปลอดภัยมากขึ้น เร็วกว่า และทรงพลังกว่าเมื่อก่อนมาก
- 3 ปีที่แล้ว ผู้ใช้เข้าดูเนื้อหา Flash ผ่าน Google Chrome คิดเป็น 80% ของทั้งหมด ตอนนี้เหลือ 17%
- ในไม่ช้า Chrome จะเริ่มตั้งค่าถามผู้ใช้ว่า ต้องการรันเนื้อหา Flash หรือไม่
- Flash จะถูกเอาออกจาก Chrome ช่วงสิ้นปี 2020
Apple
สำหรับ Apple ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ Webkit ครับ
- อุปกรณ์ iOS ได้แก่ iPhone, iPad, iPod Touch ไม่รองรับ Flash อยู่แล้ว
- สำหรับสาย Mac การเปลี่ยนผ่านเริ่มตั้งแต่ปี 2010 โดย Flash จะไม่ถูกติดตั้งมาตั้งแต่แรก การจะใช้งาน ตัวผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานเอง
- Apple แจ้งว่า Webkit ที่ตัวเองใช้ใน Safari รองรับความสามารถใหม่ๆ ของ HTML5 อยู่แล้วเช่น
- HTML5 Video และ Extension ต่างๆ ไปจนถึง Live Streaming
- HTML Canvas และ WebGL
- CSS Transition
- WebRTC
- WebAssembly
Microsoft
- การเปลี่ยนผ่าน Flash ออกจาก Microsoft Edge และ Intenet Explorer จะดำเนินไปจนถึงสิ้นปี 2020
- Microsoft Edge มีตัวเลือก Click-to-Run ให้ผู้ใช้ตัดสินใจว่าจะแสดงเนื้อหา Flash หรือไม่อยู่แล้ว และจะมีการจดจำการตัดสินใจเพื่อตั้งค่าเริ่มต้น
- Internet Explorer จะยังแสดงเนื้อหา Flash ตามปกติ
- ประมาณปลายปี 2019 ตัว Flash จะถูกตั้งค่าปิดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นในเว็บเบราเซอร์ทั้ง 2 ตัว
- สิ้นปี 2020 ทาง Microsoft จะปิดการเล่นเนื้อหา Flash อย่างถาวร
(จะเห็นว่าแตกต่างจาก Google ที่ไม่ได้เจาะจง)
Mozilla
- ตั้งแต่เดือนหน้า Firefox จะให้ผู้ใช้เลือกแสดงเนื้อหา Flash เป็นรายกรณีไป
- ในปี 2019 Firefox จะปิดการเล่นเนื้อหา Flash เป็นค่าเริ่มต้น
แนวทางต่อไป
จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เป็นความร่วมมือจาก 6 บริษัทใหญ่ด้วยกัน (รวม Adobe) เพื่อค่อยๆ ให้ลูกค้า และพันธมิตรที่อยู่กับเทคโนโลยี Flash มานานได้ปรับเนื้อหาที่มีอยู่ ให้รองรับกับเทคโนโลยีใหม่
พลได้รวมรวมเครื่องมือต่างๆ ที่รองรับ
Adobe Animate CC
- แปลงเนื้อหา Flash เดิมเป็น HTML5 ได้
- รองรับ WebGL และ HTML Canvas
- สลับจาก ActionScript มาเป็น JavaScript
Adobe Premiere Pro CC
- รองรับการ Export Video มาใช้งานบนมาตรฐาน HTML5 บนเว็บ
HTML5 Engine สำหรับเกมส์ 2 มิติ
HTML5 Engine สำหรับเกมส์ 3 มิติ
Cross Platform Engine
Library สำหรับคนที่เขียนระบบด้วย engine ของตัวเอง
Flash นั้นถือว่าเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับโลกช่วงเริ่มต้นของอินเตอร์เน็ตที่ผ่านมา รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ในปัจจุบัน โค้ชพลก็หวังว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะดำเนินไปด้วยดี และมีของใหม่ๆ มาให้พวกเราตื่นเต้นกันอีกเรื่อยๆ ครับ
อ้างอิง – Adobe, Facebook, Google, Apple Webkit, Microsoft, Mozilla